หนองเขียว - เมืองงอย (เก่า) สปป.ลาว "เงาแห่งสายน้ำอู"
Sun, 22/01/2012 - 22:48

4 ชั่วโมง บนรถมินิแวนที่วิ่งด้วยความเร็วไม่ถึง 80 km/h จากหลวงพระบางถึงหนองเขียว ลัดเลาะไปตามทางคดโค้งเชิงเขา ผ่านหมู่บ้านลาวเทิง ลาวสูง ก่อนจะมาเข้าสู่แยกปากมอง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมหัวเมืองอื่น ๆ เช่น เชียวขวาง ทางฝั่งตะวันออก หลวงน้ำทา อุดมไซ ทางฝั่งตะวันตก และพงสาลี ทางเหนือของลาว
อ้างถึง
วังเวียง ลาว - โรแมนติคในอ้อมกอดของขุนเขา
หลวงพระบาง - มรดกลาว มรดกโลก
| Attachment | Size |
|---|---|
| KTT_6980.jpg | 170 KB |
(2 votes)
Sun, 22/01/2012 - 23:04
#2
ถึงท่าเรือไปเมืองงอย (เก่า) มีร้านอาหารเล็ก ๆ คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ระหว่างรอเรือที่จะออกในชั่วโมงถัดไป ขอเปิดเมนูหาอาหารตุนไว้ในท้องก่อน...
(ภาพ: สถานที่ขายตั๋วเรือไปเมืองงอย)
Sun, 22/01/2012 - 23:07
#3
ระหว่างนั่งรออาหาร ก็ขอเสริมความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับเมืองงอยให้กันก่อน
เมืองงอย (เก่า) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ทางตอนเหนือของลาว ซึ่งการเดินทางสู่เมืองงอยนั้น มีเพียงเส้นทางเดียวคือ ทางเรือ
(สถานที่: บริเวณท่าเรือหนองเขียว)
Sun, 22/01/2012 - 23:22
#4
และด้วยเหตุผลในเรื่องการสัญจรที่ลำบากนี้ เมืองงอยจึงได้ย้ายมาตั้งใหม่ที่หนองเขียวแทน ผมจึงต้องมีวงเล็บ (เก่า) กับจุดหมายที่เราจะไปกัน
(สถานที่: บริเวณท่าเรือหนองเขียว)
Sun, 22/01/2012 - 23:26
#5
พาชมวิวทิวทัศน์ และวิถีชีวิตสองริมฝั่งแม่น้ำ ที่บริเวณท่าเรือหนองเขียว
(ภาพ: สะพานข้ามแม่น้ำอู)
Sun, 22/01/2012 - 23:31
#6
ยืนมอง ณ จุดนี้ ฝั่งตรงข้ามเห็นห้องพักเล็ก ๆ กระจายออกไปอยู่เหนือริมน้ำ ให้จินตนาการถึง หากได้จิบกาแฟที่ระเบียง อากาศเย็น ๆ ยามเช้านี่ มันจะซักขนาดไหน
(ภาพ: ห้องพักเล็ก ๆ ริมแม่น้ำอู)
Sun, 22/01/2012 - 23:35
#7
ผมใช้เวลายืนพินิจพิเคราะห์ดูรอบ ๆ ตัว ในความอลังการ ความสวยงาม ความอุดมสมบูรณ์ของขุนเขาบริเวณนี้ ช่างเจริญใจดีแท้
(สถานที่: หนองเขียว)
Sun, 22/01/2012 - 23:38
#8
ข้าวผัดร้อน ๆ ถูกนำมาวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว... ขอโซ้ยก่อนนะ
(สถานที่: บริเวณท่าเรือหนองเขียว)
Sun, 22/01/2012 - 23:45
#9
ได้เวลาออกเรือไปเมืองงอย (เก่า) กันแล้ว ผู้ร่วมทริปครั้งนี้มีเราคนไทย 4 ที่เหลือต่างชาติ และชาวลาว เต็มลำ!
(ภาพ: สะพานข้ามแม่น้ำอู)
Sun, 22/01/2012 - 23:48
#10
เรือค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ ให้รู้สึกว่ามีเวลาได้มองวิวทิวทัศน์รอบ ๆ ตัว และวิถีชีวิตริมน้ำอูได้อย่างถนัดตา
(ภาพ: วิถีชีวิตริมแม่น้ำอู)
Mon, 23/01/2012 - 00:02
#11
เรากำลังเดินทางไปสู่เมืองเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 400 ปี และอดีตเคยเป็นหัวเมืองสำคัญหัวเมืองหนึ่งของ สปป.ลาว เพราะอยู่ระหว่างเส้นทางสัญจรระหว่างประเทศจีน ลาว และภูมิภาคสุวรรณภูมิ
(ภาพ: วิถีชีวิตริมแม่น้ำอู)
Mon, 23/01/2012 - 10:36
#12
ชอบภาพแนววีถีผู้คนมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพเด็กนั่งที่บันไดริมท่าเรือหนองเขียวครับ
Mon, 23/01/2012 - 12:55
#13
Mon, 23/01/2012 - 13:00
#14
Mon, 23/01/2012 - 13:05
#15
ตามไปเที่ยว "เมืองหงอย" ด้วยคน อิอิ
Mon, 23/01/2012 - 20:52
#16
ชอบภาพแนววีถีผู้คนมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพเด็กนั่งที่บันไดริมท่าเรือหนองเขียวครับ
ขอบคุณครับพี่ตรี... ภูเก็ตก็คงจะหาแนวนี้ได้แถวหมู่บ้านไทยใหม่ เกาะสิเหร่ ครับ ว่าง ๆ ลองไปดูครับ
Mon, 23/01/2012 - 20:53
#17
จิบกาแฟทั้งชุดนอนหัวเช้าๆที่นอกชาน น่าว่าสดดีนิ๊ ภาพมุมนี้อลังธรรมชาติดีจังครับ
ได้ยืนมองภูเขาหินปูนที่ตระหง่านอยู่และมีต้นไม้ปกคลุมทั้งลูก สบายใจดีนักแล
Mon, 23/01/2012 - 20:54
#18
เด็กเท่านั้นที่สามารถกินได้สนุกสนานเมามันขนาดนี้ จังหวะมองตาอารมณ์พอดิบพอดีเลยคับท่าน...ชอบๆ
กินเสร็จมีเต้นโชว์ด้วยครับ แม่ร้องเพลง ยายตบมือ เด็กเต้น เรียกรอยยิ้มได้เลย
Mon, 23/01/2012 - 20:55
#19
ตามไปเที่ยว "เมืองหงอย" ด้วยคน อิอิ
พี่นก ลองจองซักทริปสิ ผมว่าพี่ไม่ผิดหวัง!
Mon, 23/01/2012 - 20:58
#20
มาร่ายกันต่อ...
ล่องเรือมาซักครู่ เห็นภาพนี้แล้วให้รู้สึกว่า ประตูสู่เมืองงอยกำลังเปิดต้อนรับพวกเรา
(ภาพ: ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ริมฝั่งน้ำอู่)
Mon, 23/01/2012 - 21:02
#21
สองข้างทางระหว่างล่องเรือไปนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกเบื่อเลย เพราะรูปแบบวิถีชีวิต และความสวยงามตามธรรมชาติที่คอยสะกิดให้เรามองดูรอบตัวอย่างตื่นเต้น มีทั้งในแนวของการทำมาหากิน
(ภาพ: อาชีพหลักอาชีพหนึ่ง ในลำน้ำอู)
Mon, 23/01/2012 - 21:06
#22
ความงดงามตามธรรมชาติ
(ภาพ: เนินเขาหญ้าริมฝั่งน้ำอู)
Mon, 23/01/2012 - 21:08
#23
เรือนกระจกผืนมหึมา ที่สะท้อนให้เห็นภาพความงาม
(ภาพ: เงาสะท้อนของความสมบูรณ์)
Mon, 23/01/2012 - 21:10
#24
และหลาย ๆ ชีวิต หลากกิจกรรมที่ริมน้ำ
(ภาพ: เด็กเดินกลับจากโรงเรียน บ้างแวะเล่นน้ำ บ้างเดินกลับบ้าน)
Mon, 23/01/2012 - 21:11
#25
ลำน้ำอู ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองงอย สายน้ำบางช่วงราบเรียบใสราวกระจก แต่บางช่วงเชี่ยวกราก
(ภาพ: ลำน้ำอูไม่ได้ราบเรียบเสมอไป)
Mon, 23/01/2012 - 21:18
#26
1 ชั่วโมงโดยประมาณ เรือเข้าจอดเทียบท่าที่เมืองงอย คนขับเรือลำเลียงสัมภาระออกจากเรือ เตรียมรับสัมภาระใหม่ที่วางรออยู่ที่ท่า เพื่อขนกลับไปยังหนองเขียว
(สถานที่: ท่าเรือเมืองงอย (เก่า))
Mon, 23/01/2012 - 21:23
#27
ที่ท่าเรือดูแออัด เพราะบันไดที่ใช้สัญจรเดินขึ้นลงจากท่าเรือเข้ายังหมู่บ้านค่อนข้างแคบ ยังไม่รวมสัมภาระต่าง ๆ ที่วางอยู่บนสะพานด้วย
(สถานที่: ท่าเรือเมืองงอย (เก่า))
Mon, 23/01/2012 - 21:28
#28
เดินจากท่าเรือเข้าสู่หมู่บ้านเพื่อหาที่พัก มองไปรอบ ๆ ก็เห็นอาคันตุกะที่มาเยือนก่อนเรา แต่ก็ไม่มาก
(ภาพ: ต้อนรับด้วยน้ำตา)

Mon, 23/01/2012 - 21:31
#29
เมืองงอย มีถนนเส้นหลักเพียงเส้นเดียว จากต้นทางจนถึงปลายทาง ตีคร่าว ๆ ได้ว่าประมาณ 400 เมตร เราเดินหาที่พักกันจนสุดถนน เพื่อให้ได้บรรยากาศที่พอใจ
(ภาพ: ตามหาที่พักในดวงใจ)
Mon, 23/01/2012 - 21:34
#30
จนได้ที่พักคือ "บ้านสวนพ้าว" ของอ้ายจ่อย ราคาคืนละ 160 บาท
พอสรุปราคาที่พักที่นี่ได้ว่า อยู่ระหว่าง 80-250 บาท
(สถานที่: เปลที่ผูกตรงระเบียงไม้เล็ก ๆ หน้าห้องพัก ที่บ้านสวนพ้าว)





จากแยกปากมองมาไม่นาน รถมินิแวนได้จอดที่คิวรถเล็ก ๆ ของเมืองหนองเขียว ตอนเที่ยงวัน... เสียงแว่วมาจากหน้ารถ "ท่าเรือไปเมืองงอยทางนี้ พร้อมชี้บอกทาง... เดินไปก็ได้ ไม่ไกล" แต่พอเดินจริง ๆ มันก็ไกลใช้ได้อยู่ บวกเข้ากับเป้น้ำหนักมากกว่า 10 ก.ก. และอุณหภูมิขณะพระอาทิตย์ส่องตรงหัวด้วยแล้ว บอกได้คำเดียวว่า ได้ใจ!
ที่นี่ดูจะเป็นคิวรถที่สวยงามที่นึงในโลก เพราะมีเทือกเขาหินปูนสีเขียวขจีขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง ตัดกับท้องฟ้าสีคราม งดงามยิ่งนักเชียว
(ภาพ: เส้นทางเดินไปที่ท่าเรือหนองเขียว)